นับเป็นเวลากว่า 14 ปีแล้วที่เทคโนโลยีพื้นรองเท้าที่ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติและไร้น้ำหนักเช่นเดียวกับเท้าเปล่าได้ถือกำเนิดบนโลกนี้ หลายๆคนคงจะเคยรู้จักชื่อรองเท้า “Nike Free” ผ่านหูผ่านตามาบ้าง ทั้งในกลุ่มนักวิ่ง นักกีฬาหรือแม้กระทั่งผู้สวมใส่ทั่วไป วันนี้ Supersports ขออาสาพาทุกคนย้อนไปดูจุดกำเนิดของเทคโนโลยีพื้นรองเท้าที่ดีที่สุดอีกรุ่นจาก Nike กับรองเท้าวิ่งรุ่นล่าสุดที่ถูกพัฒนาต่อยอด และผสมผสานเทคโนโลยีสุดล้ำอย่าง “Nike Free RN Flyknit 2018”


ต้นกำเนิดของเทคโนโลยีชุดพื้น “Nike Free” เกิดจากการสังเกตของทีมงานของ Nike หลังพบว่านักกีฬาประจำมหาวิทยาลัย Stanford ฝึกซ้อมวิ่งเท้าเปล่า เหตุผลก็คือ ณ ช่วงเวลานั้นยังไม่มีรองเท้าวิ่งคู่ไหนที่สามารถตอบโจทย์การให้ความรู้สึกเบาและเป็นธรรมชาติใกล้เคียงกับการวิ่งเท้าเปล่า (barefoot) ซึ่งการสังเกตเล็กๆครั้งนี้กลายเป็นจุดกำเนิดของปรากฏการณ์ที่จะพลิกโฉมวงการวิ่งไปตลอดกาล ทีมงานของ Nike ได้ใช้เวลาวิจัยกว่า 4 ปี เพื่อศึกษาหลักการเคลื่อนไหวชีวกลศาสตร์ของเท้านักวิ่ง เพื่อทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับองศาการทำมุมตามธรรมชาติ เมื่อเท้ากระทบพื้น ตำแหน่ง และแรงกดทุกอย่างถูกนำมาคำนวณเพื่อได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในการสร้างชุดพื้นที่ตอบสนองนักวิ่งที่ต้องการรองเท้าวิ่งที่เบาและใกล้เคียงการวิ่งเท้าเปล่ามากที่สุด
Nike Free 5.0 เป็นรองเท้าโมเดลแรกของตระกูล Free ที่ถูกจำหน่ายอย่างเป็นทางการในปี 2004 หลังจากที่รองเท้าได้ถูกวางจำหน่ายไปสักพัก ก็ได้มีการเกิดข้อเปรียบเทียบระหว่างรองเท้าวิ่ง Nike Free 5.0 กับรองเท้าวิ่งแบบดั้งเดิม ผลปรากฏพบว่า นักวิ่งที่สวมใส่ Nike Free 5.0 ในการวิ่งแข่งขันและซ้อมเป็นประจำนั้นมีกล้ามเนื้อในบริเวณเท้าและข้อเท้าที่แข็งแรงขึ้นกว่าแต่ก่อน ทั้งนี้มาจากคุณสมบัติของชุดพื้นที่ยืดหยุ่นและให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ ช่วยรีดประสิทธิภาพของร่างกายของนักกีฬาออกมาได้อย่างเต็มที่ จึงไม่แปลกที่ประสิทธิภาพโดยรวมของนักกีฬาจะเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดหลังจากสวมใส่ Nike Free 5.0
และวันนี้รองเท้าวิ่งในตระกูล Nike Free ถูกพัฒนาต่อยอดจนออกมาเป็นโมเดลและสีต่างๆกว่าร้อยรูปแบบ และอีก 1 รุ่นที่ Supersports จะมาแนะนำในวันนี้คือ Nike Free RN Flyknit 2018 รุ่นล่าสุดที่รองเท้าวิ่ง Nike Free ถูกผสมผสานกับเทคโนโลยี Flyknit ที่มอบความรู้สึกกระชับพอดีเหมือนถุงเท้า จนผู้สวมใส่แทบไม่รู้สึกเลยว่าสวมใส่รองเท้าวิ่งอยู่จริงๆ ทั้งนี้ Nike Free RN Flyknit 2018 ยังโดดเด่นในเรื่องน้ำหนักที่เบา ความกระชับรับรูปเท้า การระบายอากาศที่ดีเยี่ยม และที่พิเศษยิ่งไปกว่านั้นคือชุดพื้น Free เจเนอเรชั่นล่าสุด ที่ถูกพัฒนาให้ใกล้เคียงการเคลื่อนไหวของรูปเท้าแบบธรรมชาติมากที่สุดด้วยแพทเทิร์นแบบใหม่ที่มีความยืดหยุ่นมากกว่าเดิม ให้การลงน้ำหนักที่เป็นธรรมชาติใกล้เคียงกับการวิ่งเท้าเปล่ามากที่สุด ในเรื่องของฟังก์ชั่นการใช้งาน Nike Free RN Flyknit 2018 ถูกออกแบบมาให้เหมาะที่สุดสำหรับการวิ่งระยะสั้นๆ เต็มที่ไม่เกิน 10 กิโลเมตรต่อครั้ง ทั้งนี้ด้วยขนาดที่กะทัดรัดและความเบาจากโครงสร้าง Flyknit ที่มีดีไซน์แบบพับได้ Nike Free RN Flyknit 2018 จึงเป็นรองเท้าวิ่งอีกคู่ที่พร้อมไปกับคุณได้ทุกที่ทุกเวลา